วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune System)



ระบบภูมิคุ้มกัน
 
                มนุษย์เริ่มสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่  เพราะเราอยู่ในโลกของสิ่งแปลกปลอมที่มาคุกคามร่างกายเราอยู่ตลอดเวลาโดยในช่วงเดือนแรก ๆ  ที่ทารกยังสร้างภูมิคุ้มกันเองไม่ได้  ทารกจะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ผ่านทางรก  เมื่อทารกคลอดออกมาแล้วก็ยังต้องการภูมิคุ้มกันจากแม่อยู่เพราะระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่โดยภูมิคุ้มกันจะอยู่ในน้ำนม  ซึ่งมีปริมาณมากในน้ำนมเหลือง  (Colostrums) หรือ  “น้ำนมแรก”  ซึ่งเป็นน้ำนมที่ไหลออกมาใน 4-7 วันแรกหลังคลอด
                ระบบภูมิคุ้มกัน   เป็นระบบที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อปกป้องชีวิตเรา  ความจริงร่างกายของเรามีอวัยวะปกป้องตัวเองอยู่ตลอดเวลา  เช่น  มีผิวหนังปกป้องร่างกายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก  ส่วนระบบทางเดินอาหารทางเดินหายใจและอวัยวะอื่น ๆ มีเยื่อบุติดต่อกับภายนอก  ซึ่งทั้งผิวหนังและเยื่อบุถือเป็นปราการด่านแรกที่ปกป้องเรา  เมื่อผู้รุกรานหรือสิ่งแปลกปลอมผ่านด่านแรกเข้ามาได้ร่างกายก็มีระบบป้องกันสำคัญคือ  ระบบภูมิคุ้มกัน
ระบบภูมิคุ้มกัน  แบ่งได้เป็น  2 ระบบ คือ
1.ระบบภูมิคุ้มกันที่ติดตัวมาแต่กำเนิด (Innate  Immune  System) ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่าง ๆ  ที่ไหลเวียนไปกับกระแสเลือดทั่วร่างกาย  เพื่อไปทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่มาคุกคาม
2.ระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการปรับตัว (Adaptive Immune  system)  เป็นระบบที่ทำงานเฉพาะกรณี  เมื่อมีเชื้อโรคที่หลงเหลือจากการกำจัดที่ด่านแรก  จะถูกกำจัดโดยด่านที่สองนี้  โดยการสร้างสารภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า  แอนติบอดี  (Antibody)  ขึ้นมาเพื่อทำลายเชื้อโรคที่ยังหลงเหลืออยู่
ความสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน
สุขภาพของเราจะดีได้แค่ไหน   จุดสำคัญอยู่ที่ระบบภูมิคุ้มกัน   ระบบภูมิคุ้มกันมีบทบาทสำคัญในการปกป้องสุขภาพให้รอดพ้นจากการคุกคามของเชื้อโรค  และโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมทั้งโรคมะเร็งเมื่อระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง  ร่างกายเราจะสามารถฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้เร็ว  อาจพอสรุปได้ว่าหน้าที่หลักของระบบภูมิคุ้มกัน  คือ
1.Defense  ป้องกันและทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม
2.Homeostasis  คอยกำจัดเซลล์ปกติที่เสื่อมสภาพ  เช่น  เม็ดเลือดที่มีอายุมากออกจากระบบของร่างกาย
3.Surveillance  คอยจับตาดูเซลล์ต่าง ๆ ที่แปรสภาพผิดไปจากปกติ  เช่น  เซลล์เนื้องอก (Tumor  cells)  เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็ง
เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับเชื้อโรคหรือสิ่งที่มาคุกคามร่างกาย   ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง   ต้องมีกระบวนการ 3 อาร์  (3R,s)  ที่มีประสิทธิภาพ คือ
                Recognize  :  แยกแยะเชื้อโรคได้อย่างถูกต้อง  และแยกแยะได้ว่าเซลล์ไหนคือเชื้อโรค  และเซลล์ไหนคือเซลล์ปกติของร่างกาย  และตอบสนองได้อย่างถูกต้อง
                Response :  ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
                Remember :  สามารถจดจำเชื้อโรคที่เคยพบมาแล้ว  และเมื่อพบอีกครั้งก็สามารถทำลายได้ทันที
เซลล์สำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน
                เซลล์สำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน  คือ  เซลล์เม็ดเลือดขาว  (White  Blood  Cell , WBC)  ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากไขกระดูกและกระจายอยู่ทั่วร่างกาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเนื้อเยื่อน้ำเหลือง  เช่น  ต่อมน้ำเหลือง  ม้าม  และ Peyer,s  patch  ในลำไส้  เป็นต้น
                ลิมโฟไซต์(Lymphocyte)  เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวขนาดเล็ก  มีบทบาทสำคัญมากในการกำจัดเชื้อโรคที่มารุกราน  รวมทั้งเซลล์ของร่างกายที่มีการกลายพันธุ์และก่อตัวเป็นเซลล์มะเร็ง  แบ่งย่อยเป็น  3  ชนิดคือ
                1. T-Cell
                2. B-Cell
                3. Natural Killer Cells หรือ NK Cells
ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
                การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต้องมีความสมดุล  ถ้ามีการตอบสนองที่ไวเกินไป  หรือต่ำเกินไปก็จะก่อปัญหาสุขภาพ  ซึ่งความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันมีได้  2  แบบ คือ
1.ระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองไวเกิน  (Overactive  Immune  sisorders)  ก่อให้เกิดโรคต่อต้านเนื้อเยื่อตัวเอง ได้แก่ โรคข้ออักเสบ  รูมาตอยด์  สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ หอมหืด


2.ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่ำเกินไป  (Underactive  Immune  Disorders)  ก่อให้เกิด โรคมะเร็ง  เอดส์  โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง  วัณโรค  ไซนัส  ไข้หวัด 
 
ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีและมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง  ลดการเจ็บป่วย  เราจึงควรดูแลสุขภาพด้วยหลัก 5 อ.  และ 1 พ. ได้แก่
                1.  อากาศบริสุทธิ์
                2.  อาหารสะอาดและถูกส่วน
                3.  อารมณ์แจ่มใส  ไม่เครียด  รู้จักปล่อยวาง
                4.  ออกกำลังกายเป็นประจำ  อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
                5.  อุจจาระ  ระบบขัยถ่ายทำงานดี
                1พ. พักผ่อนให้พอเพียง


“การให้สารเสริมภูมิคุ้มกัน  ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น  ช่วยลดการเจ็บป่วย  ซึ่งสารดังกล่าวมีทั้งในธรรมชาติและสังเคราะห์ขึ้น”
ขอบคุณข้อมูล: Transfer Factor
www.behealthy24hr.com



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น